Order Now 02 712 3000
จัดส่งภายใน 45 นาที
**อร่อย สะอาด ปราศจากผงชูรส /ยกเลิกการสั่งซื้อออนไลน์/ ยกเลิกซูชิ(อาหารญี่ปุ่น) / ยกเลิกพื้นที่ให้บริการจัดส่งบางส่วน / สั่งเลย 02-712 3000**ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00น.

 

การปรุงยาจากสมุนไพร ตอนที่ 2

อย่างที่บอกไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า การเจ็บป่วยกว่าร้อยละ 80 สามารถรักษาให้หายได้เอง ไม่ต้องถึงมือหมอ ไม่ต้องพึ่งยาแผนปัจจุบันราคาแพง โดยการใช้สมุนไพร แต่บ้านเรายังขาดการศึกษาวิจัยและการพัฒนาสมุนไพรมาใช้เท่าที่ควร ดังนั้น หากชาวบ้านรู้จักวิธีการนำสมุนไพรใกล้ตัวมาใช้ได้ด้วยตัวเอง ก็จะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่มากขึ้น โดยต้องศึกษาข้อมูลของสมุนไพรที่จะนำมาใช้เป็นอย่างดี

การปรุงยาจากสมุนไพรที่ชาวบ้านทำได้เองอย่างง่ายๆ นอกจาก ยาต้ม ซึ่งได้พูดถึงไปแล้ว ก็ยังมี ยาชง ยาดองเหล้า ยาลูกกลอน และยาเม็ดพิมพ์

ยาชง เหมาะสำหรับสมุนไพรที่มีสารสำคัญละลายน้ำได้ วิธีเตรียมง่ายและสะดวกกว่ายาต้ม แต่สกัดสารสำคัญได้น้อยกว่าวิธีต้ม

การเตรียมพืชสมุนไพร นำส่วนที่ใช้มาล้างให้สะอาด หั่นให้มีขนาดพอประมาณ ตากแดดหรืออบจนแห้ง เก็บในภาชนะปิดสนิท ชงโดยเติมน้ำเดือดลงในแก้วที่มีผงยา ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที

ยาดองเหล้า เหมาะสำหรับสมุนไพรที่มีสารสำคัญที่ไม่ละลายน้ำ ไม่สามารถใช้วิธีต้มหรือชงได้

ข้อควรระวัง เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคหัวใจ และผู้ที่แพ้เหล้า ควรหลีกเลี่ยงวิธีนี้

การเตรียมพืชสมุนไพร

นำสมุนไพรมาล้างให้สะอาด หั่นให้มีขนาดพอประมาณ ตากแดดหรืออบจนแห้ง ชั่งยาตามน้ำหนักที่ต้องการ ห่อด้วยผ้าขาวบาง ใส่ในขวดแก้ว เติมเหล้าพอท่วมตัวยา (เหล้าโรงหรือเหล้าขาว ที่มีดีกรีตั้งแต่ 28-40) ปิดฝาขวดให้สนิท เปิดคนทุกวันจนครบ 1-6 อาทิตย์

สำหรับยาดองเหล้าที่กำหนดให้ดองนาน 4 อาทิตย์ขึ้นไป และสารที่ออกฤทธิ์นั้นไม่สลายตัวเมื่อถูกความร้อน อาจใช้วิธีดองร้อนเพื่อช่วยย่นระยะเวลาในการดอง โดยนำสมุนไพรแห้งห่อผ้าขาวบาง ใส่ภาชนะทนความร้อน เติมเหล้าพอท่วมตัวยา ยกภาชนะที่ใส่ยาดองวางในหม้อหรือกระทะที่มีน้ำสะอาด ยกตั้งไฟจนน้ำในหม้อเดือด ยกภาชนะใส่ยาดองขึ้น ปิดฝาให้สนิท เปิดคนวันละ 1 ครั้ง จนครบ 1-2 อาทิตย์ แบ่งดื่มตามขนาดที่กำหนด

ยาลูกกลอน เหมาะสำหรับสมุนไพรที่มีสารสำคัญละลายในน้ำยาก ใช้วิธีต้มหรือชงไม่ได้ หรือใช้กับยาที่มีกลิ่น รส ไม่ชวนรับประทาน

การเตรียมยาลูกกลอน ต้องใช้สารเหนียว เช่น น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม ช่วยให้ผงยาเกาะตัว ปั้นเป็นลูกกลอนได้ง่าย ยาลูกกลอนอาจเตรียมไว้ใช้ได้นานถึง 1 เดือนหรือนานกว่านั้น แต่ควรหมั่นตรวจเสมอว่ายาลูกกลอนยังใช้ได้ คือต้องเป็นลูกกลอนที่แห้งสนิท ไม่แตกร่วนหรือเยิ้มติดกัน หรือมีราขึ้น

วิธีการทำ

ผงยาต้องแห้งสนิทและละเอียด ชั่งผงยาตามขนาดที่ต้องการ ใส่ภาชนะแห้งสนิท เติมน้ำผึ้งทีละน้อย คนจนเข้ากัน วิธีสังเกตว่าปริมาณน้ำผึ้งที่ใช้พอดีแล้วหรือยัง โดยหยิบผงยาปั้นเป็นลูกกลอนด้วยมือ ถ้าผงยาเละติดมือ ปั้นไม่ได้ แสดงว่าน้ำผึ้งมากไป ถ้าแห้งเกินไป ผงยาไม่เกาะกัน ปั้นไม่ได้ หรือปั้นเป็นลูกกลอนได้ แต่เมื่อบีบเบาๆ จะแตกร่วนได้ง่าย แสดงว่าน้ำผึ้งน้อยไป

การปั้นลูกกลอน ให้ปั้นขนาดปลายนิ้วชี้ โดยใช้มือคลึงให้เป็นเส้นยาว แล้วตัดหรือเด็ดเป็นท่อน นำแต่ละท่อนมาคลึงด้วยมือจนกลม นำลูกกลอนตากแดด 1-2 วัน หรืออบอุณหภูมิประมาณ 50 องศาเซลเซียส นาน 3-4 ชั่วโมง เก็บในขวดสะอาดและแห้งสนิท ปิดฝาเก็บไว้ในที่โล่ง ไม่มีแดดส่อง และความชื้นต่ำ

ข้อควรระวัง ควรผสมผงยาทีละน้อย และปั้นให้หมดก่อนที่ผงยาจะแห้ง ซึ่งจะร่วนแตกและปั้นไม่ได้

เนื่องจากน้ำผึ้งมีราคาแพง ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ทดลองพัฒนาสูตรน้ำเชื่อมที่มีราคาถูกลง พบว่าสูตรน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำตาลปี๊บผสมน้ำตาลทราย นำมาใช้แทนน้ำผึ้งได้

วิธีการเตรียมน้ำเชื่อม

ใส่น้ำตาลทราย 4 ขีด ลงในภาชนะ เติมน้ำจนท่วม ยกภาชนะตั้งไฟ คนจนน้ำตาลละลายหมด เติมน้ำตาลปี๊บ 2 ขีด เคี่ยวจนละลายหมด เคี่ยวต่อโดยใช้ไฟอ่อนๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง จนข้นเหนียวได้ที่ ทดสอบโดยหยดน้ำเชื่อมขณะร้อนลงบนภาชนะที่แห้งสนิทและสะอาด ถ้าหยดน้ำเชื่อมใสเกาะกับที่ เมื่อเอียงภาชนะ หยดน้ำเชื่อมไหลช้า และทิ้งไว้จนเย็น หยดน้ำเชื่อมยังใสอยู่ แสดงว่าใช้ได้ กรองน้ำเชื่อมผ่านผ้าขาวบางขณะร้อน แล้วทำให้เย็นลงโดยเร็ว

ยาเม็ดพิมพ์

การปรุงยาแบบนี้ต้องมีแบบพิมพ์ทำด้วยโลหะ ซึ่งสามารถหมุนปรับขนาดความหนาของเม็ดยา และใช้แผ่นกระจก โลหะ หรือกระดานที่มีผิวหน้ามัน ใช้สำหรับวางผงยาที่ผสมกับน้ำนวดจนเข้ากันดีแล้ว ทำเป็นแผ่นยา ลากไปมา 2-3 ครั้ง เพื่อผิวหน้าของเม็ดยาเรียบมัน จากนั้นจึงยกพิมพ์ขึ้นและกดตรงแกน เพื่อให้เม็ดยาหลุดลงบนภาชนะรองรับ

รู้วิธีการว่าทำอย่างไร ก็คงไม่สำคัญเท่ากับต้องรู้จักสมุนไพรที่จะนำมาใช้ ทั้งสรรพคุณ วิธีการปรุงยา ขนาดรับประทาน รวมทั้งอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัย ควรใช้สมุนไพรที่ใช้เป็นอาหารอยู่แล้ว สำหรับโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ แม้จะมีสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการได้บ้าง แต่ยังไม่มีสมุนไพรชนิดใดรักษาให้หายขาดได้ ดังนั้นควรไปพบแพทย์และรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง หากต้องการใช้สมุนไพรควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ผู้ป่วยไม่ควรลดหรือเพิ่มยาเอง เพราะอาจเกิดผลเสียที่รุนแรงได้ค่ะ

โดย เอมอร คชเสนี 9 กันยายน 2547 09:20 น. www.manager.co.th

.

เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
จดจำไว้
  • ลืมรหัสผ่าน?
  • สมัครสมาชิกใหม่
  •