Order Now 02 712 3000
จัดส่งภายใน 45 นาที
**อร่อย สะอาด ปราศจากผงชูรส /ยกเลิกการสั่งซื้อออนไลน์/ ยกเลิกซูชิ(อาหารญี่ปุ่น) / ยกเลิกพื้นที่ให้บริการจัดส่งบางส่วน / สั่งเลย 02-712 3000**ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00น.

 

9 สัญญาเตือนภัย...เมื่อร่างกายขาดสารอาหาร

....ปัญหาสุขภาพและความงาม เป็นเรื่องที่สาวๆให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ เพราะว่าจะสวยทั้งทีก็ต้องสวยอย่างมีสุขภาพที่ดีด้วย เอ..แล้วจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าเรามีสุขภาพดีจริงหรือเปล่า วันนี้ Health Care มีวิธีสังเกตสุขภาพอย่างง่ายๆมาฝากกันค่ะ...พร้อมรึยังค่ะ..ถ้าพร้อมแล้วเราไปสังเกตสุขภาพด้วยกันเล้ย

1. ผิวหนังมีปัญหา

....สาวๆท่านใดที่มีอาการคัน หรือผิวหนังหลุดลอกเป็นขุยๆ (แม้จะไม่ใช่ช่วงหน้าหนาวก็ตามเหอะ) แต่ผิวพันธ์ยังดูแห้งกร้านไม่สดใสแล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณน่ะมีปัญหาขาดสารอาหารเข้าให้แล้วล่ะ....สารอาหารที่ว่าก็คือวิตามิน A ค่ะ เมื่อคุณขาดวิตามิน A ควรหันมารับประทาน ผักและผลไม้ ที่มีสีเหลือง สีส้ม หรือสีเขียวเข้มให้มากๆ เพราะอาหารเหล่านี้จะอุดมไปด้วย วิตามิน A ที่ทำให้ผิวพันธ์สดใสผุดผ่องเป็นยองใย แต่มีข้อแนะนำนิดนึงว่าไม่ควรรับประทานวิตามิน A เม็ดที่อยู่ในรูปของอาหารเสริมมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้นะจ้ะ

2. ผมไม่เงางามจัดทรงยาก

....อันนี้เป็นผลมาจากการขาดโปรตีนและธาตุเหล็กค่ะ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เป็นมังสวิรัติ หรือคนที่จำกัดอาหารอย่างมาก เพราะการอดอาหารจะทำให้ร่างกายได้รับส่วนผสมของธาตุอาหารที่ไม่ครบถ้วนค่ะ ดังนั้นควรรับประทานอาหารที่มีกากใย พร้อมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผมสวยหุ่นดี...อย่างนี้เค้าเรียกสวยแบบ 2 in 1 ค่ะ

3. ท้องผูก

....เป็นอีกอาการหนึ่งที่บ่งบอกว่าคุณน่ะรับประทานอาหารไม่เหมาะสม ถึงเวลาแล้วล่ะที่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเสียใหม่ หันมารับประทานอาหารจำพวกไฟเบอร์ และอาหารที่มีกากใยพวกผักผลไม้ให้มากขึ้น อย่างน้อย 25 กรัมต่อวัน และต้องดื่มน้ำตามให้มากๆด้วย

4. ผายลมบ่อย

....อุ๊ยตาย...อันนี้เป็นอาการไม่พึงประสงค์ของกุลสตรีน่ะค่ะ ใครมีอาการหยั่งว่าขอให้รีบปรับปรุงด่วน สาเหตุของอาการผายลมบ่อย อาจมาจากการกินอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ถั่ว หรือผักที่มีฟักทั้งหลายมากเกินไป จนทำให้ ร่างกายผลิตแก๊สออกมามากกว่าปกติ วิธีแก้ก็ง่ายนิดเดียวค่ะ คือลดปริมาณการกินอาหารจำพวกไฟเบอร์ให้น้อยลง เท่านั้นก็หมดปัญหาเรื่องกลิ่น...ที่ตามมาแล้วค่ะ

5. ข้อต่อมีเสียงดังหรือปวดบริเวณข้อต่อ

....อย่าเพิ่งไปโทษโรคข้ออักเสบ อาจเป็นไปได้ว่าคุณรับประทานปลาน้อยเกินไป กรดไขมันประเภทโอเมก้า-3 ที่พบมากในปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า จะทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยให้กระแสโลหิตไหลเวียนสะดวก ลดอาการบวมและปวดตามข้อได้อีกด้วย

6. ถ้าคุณรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือเต้นๆ หยุดๆ โดยไม่มีเหตุผล (ทั้งๆที่ไม่ได้ไปตกหลุมรักใคร)

....แถมยังมีอาการเจ็บหน้าอก หรือหน้ามืด เวียนศีรษะด้วยแล้วล่ะก็ ขอแนะนำให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน แต่ถ้าแพทย์ตรวจไม่พบปัญหาใดๆ ก็อาจเป็นไปได้ว่าคุณขาดสารอาหารจำพวกแม็กนีเซียมหรือโปแตสเซียมเข้าให้แล้วล่ะวิธีแก้ก็คือ...ต้องรับประทานอาหารที่มีสารโปแตสเซียมให้มากๆ โดยการดื่มน้ำส้มวันละ 2-3 แก้ว และให้เพิ่มกล้วยเข้าไปในเมนูของอาหารเช้าด้วย ส่วนแม็กนีเซียม ให้ทานอาหารที่เป็นเมล็ด จำพวกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เมล็ดทานตะวัน หรือเมล็ดฟักทอง และผักโขม ซึ่งมีแร่ธาตุที่ช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้นค๊า

7. ปวดเหงือก

....อาการปวดที่เกิดจากการอักเสบของเหงือก แสดงให้เห็นว่าปากของคุณกำลังต้องการแบคทีเรียที่มีประโยชน์มาช่วยจัดการกับแบคทีเรียที่มีอันตรายในช่องปากแล้วล่ะ ดังนั้น จึงควรหันมารับประทานโยเกิร์ตในช่วงเช้าเป็นประจำทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีของปากและฟันยังไงล่ะจ้ะ

8. กระดูกแตก

....ถ้ากระดูกคุณแตกมากกว่า 2-3 ครั้งตั้งแต่โตเป็นผู้ใหญ่ อาจเป็นไปได้ว่ากระดูกของคุณอยู่ในภาวะอ่อนแอ ซึ่งมีสาเหตุมาจากการขาดวิตามิน D และแคลเซียม ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการสร้างกระดูก ดังนั้นจึงควรหันมารับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม อันได้แก่ ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง โยเกิร์ต นมและเนยแข็ง (ที่มีไขมันต่ำจะดีม๊าก)

9. ขี้ลืม

.... อาการนี้บ่งบอกว่าคุณเริ่มแก่แล้วล่ะ (อุ๊ยตาย.. คิดอะไรออกไป)จริงๆแล้วเป็นอาการของคนที่ขาดวิตามิน B ซึ่งได้แก่ วิตามิน B6 B12 และ B folate ต่างหากค่ะ จากการทดสอบพบว่าสารอาหารจำพวกนี้ช่วยให้สมองทำงานได้เต็มที่ และยังช่วยควบคุม homocysteine ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่อยู่ในร่างกาย เป็นตัวการขัดขวางเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมอง ดังนั้นจึงควรหันมารับประทานอาหารจำพวกถั่วและอาหารทะเลให้มากขึ้น เพราะถั่วจะอุดมไปด้วยวิตามิน B6 และโฟเลตมากที่สุด ส่วนเนื้อสัตว์และอาหารทะเลก็จะอุดมไปด้วยวิตามิน B12

....แหม... เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว ก็ควรหันมาสังเกตสุขภาพกันให้มากขึ้น เพื่อจะได้งามอย่างมีคุณค่า..ในราคาประหยัดยังไงล่ะค่ะ!! (ไม่ต้องเสียค่าหมอในการรักษา เสียแต่ค่าไปจ่ายตลาดเท่านั้นเอ๊ง??)

อ้างอิง : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับเดือนตุลาคม 2547

.

เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
จดจำไว้
  • ลืมรหัสผ่าน?
  • สมัครสมาชิกใหม่
  •