Order Now 02 712 3000
จัดส่งภายใน 45 นาที
**อร่อย สะอาด ปราศจากผงชูรส /ยกเลิกการสั่งซื้อออนไลน์/ ยกเลิกซูชิ(อาหารญี่ปุ่น) / ยกเลิกพื้นที่ให้บริการจัดส่งบางส่วน / สั่งเลย 02-712 3000**ตั้งแต่เวลา 14.00-20.00น.

 

ใครว่า..อาหารเช้าไม่สำคัญ

... ด้วยเงื่อนไขของการทำงานที่เร่งรีบ หลายต่อหลายคนจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับอาหารเช้าสักเท่าไหร่ คิดว่ากาแฟสักถ้วย ขนมปังสักแผ่น หรือปาท่องโก๋ตัวสองตัวก็อยู่ท้องแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าสิ่งที่คุณคิดนั้นผิดมหันต์ การไม่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ อาจทำให้เกิดผลร้ายต่อสุขภาพตามมาได้...โดยเฉพาะกับคนที่ต้องทำงานนอกบ้าน และต้องเร่งรีบออกจากบ้านแต่เช้า โดยไม่ทานอะไร เมื่อไปถึงที่ทำงานก็มีงานมากมาย จนไม่มีเวลารับประทานอาหารไปถึงกลางวัน..

...แต่จะมีใครทราบบ้างไหมว่า...เวลาที่เราตื่นนอนตอนเช้าระดับน้ำตาลในเลือดจะต่ำ ในขณะที่เราลุกขึ้นเคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่างๆ เราจะรู้สึกหิว ศูนย์หิวที่สมองสั่งให้กระเพาะหลั่งน้ำย่อยออกมาทำให้ท้องว่าง เพราะร่างกายต้องการพลังงาน หากเรายังไม่เติมพลังงานให้กับร่างกาย หรือยังไม่ทานอาหารเช้า ร่างกายต้องไปดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ที่สะสมไว้ในตับ ซึ่งร่างกายเก็บเป็นเสบียงไว้ใช้ในยามจำเป็น นำมาใช้เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ แต่ไม่นานนักพลังงานส่วนนี้จะถูกใช้จนหมดไป

... การขาดอาหารเช้าอาจจะทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดอารมณ์เสียง่าย ยิ่งสายใกล้เที่ยงจะเกิดอาการโมโหหิวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กไม่ควรขาดอาหารเช้า มีงานวิจัยหลายเรื่องที่พบว่า การทานอาหารเช้ามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็ก ในขณะที่ท้องหิวสมองก็ไม่รับรู้เรื่องที่ครูสอนไม่มีสมาธิในการเรียน บางคนไปสอบโดยไม่ทานอาหารเช้า ทำให้ทำข้อสอบไม่ได้ดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นเราควรรับประทานอาหารเช้าเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงาน ที่จะต้องใช้ในการทำงานทั้งกำลังกายและสมอง

...จากผลการวิจัยหลายเรื่องทำให้ทราบว่า การรับประทานอาหารเช้าที่มีคุณค่าและมีความสำคัญมากมาย ดังนี้

... + คนที่ทานอาหารเช้ามีพลังงานในการทำงานได้นานกว่า และมีความอ่อนล้าในช่วง กลางวันน้อยกว่าคนที่เริ่มอาหารเช้า ด้วยกาแฟเพียงแก้วเดียว

...+ การทานอาหารเช้าทำให้ช่วยลดปริมาณการทานอาหารว่างได้

...+ ถ้าเราปล่อยให้ร่างกายคอยนานเกินไปกว่าจะได้รับอาหารมื้อแรกของวัน ระบบการย่อยอาหารก็จะเฉื่อยชาในการทำงาน ซึ่งมีงานวิจัยพบว่า คนที่ไม่ทานอาหารเช้ามีอัตราการเผาผลาญอาหารต่ำกว่า คนที่ทานอาหารเช้าเป็นประจำ

...+ เด็กที่ทานอาหารเช้ามีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า ให้ความร่วมมือดีกว่า และมีสมาธิในการเรียนดีกว่าเด็กที่ไม่ได้ทานอาหารเช้า

... ปัญหาที่สำคัญของคนไม่ทานอาหารเช้าส่วนใหญ่คือไม่มีเวลา นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น หากคุณตั้งใจจะทานอาหารเช้า คุณก็สามารถทำได้ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที อย่างไรก็ดี ควรมีการวางแผนล่วงหน้า คือก่อนนอนควรคิดรายการอาหารมื้อเช้าไว้ว่าจะทานอะไร เตรียมอุปกรณ์ และเครื่องปรุงไว้ให้พร้อมเท่าที่จะทำได้

... นอกจากนี้ในแต่ละวันยังควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ หมู่เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง หมู่ข้าว แป้ง เผือก มัน หมู่พืชผัก หมู่ผลไม้ และหมู่ไขมันจากพืชและสัตว์ อาหารเช้าควรจะเป็นอาหารหลายอย่าง ไม่ควรเป็นพวกแป้งเพียงอย่างเดียว เพราะในกระบวนการย่อย และดูดซึมอาหารนั้น จำเป็นต้องใช้สารอาหารหลายชนิดทำงานร่วมกัน หากขาดชนิดใดชนิดหนึ่งอาจจะทำให้กระบวนการนั้นไม่สมบูรณ์ และร่างกายไม่สามารถใช้ประโยชน์จากอาหารได้อย่างเต็มที่

... เพราะฉะนั้นการรับประทานอาหารไม่ใช่เพียงแต่อะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกอิ่มเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงประโยชน์ของอาหารที่เรารับประทานเข้าไปด้วย และควรหมุนเวียนชนิดของอาหาร ไม่ทานอาหารอย่างเดียวซ้ำซาก เพราะอาจกลายเป็นโรคเบื่ออาหารได้ เมื่อทราบอย่างนี้แล้วเห็นทีจะต้องจัดตารางรับประทานอาหารซะใหม่ เพื่ออารมณ์ที่แจ่มใสและสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงยังไงล่ะ

อ้างอิง : ข้อมูลจาก นิตยสารแม่และเด็ก ปีที่ 22 ฉบับที่ 327

.

เข้าระบบ

ชื่อผู้ใช้
รหัสผ่าน
จดจำไว้
  • ลืมรหัสผ่าน?
  • สมัครสมาชิกใหม่
  •